- สำเนา -
ครุฑ
ระเบียบกระทรวงกลาโหม
ว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๓๖
-----------------------
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การดำเนินการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม เป็นไปอย่างมีเอกภาพ เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้.-
ข้อ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๓๖"
ข้อ ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓. บรรดาระเบียบและคำสั่งอื่นใด ที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม รักษาการตามระเบียบนี้หมวด ๑
นิยาม
ข้อ ๕. ในระเบียบนี้
๕.๑ " การวิจัย " หมายความว่า การค้นคว้าโดยการทดลอง สำรวจ หรือการศึกษาตามหลักสูตรวิชาการ เพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการต่าง ๆ อันจะสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางทหาร เศรษฐกิจ สังคม วิชาการ หรือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไป
๕.๒ " การพัฒนา " หมายความว่า การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาใช้อย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันมีประโยชน์ หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนองความต้องการในการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านวัตถุและมิใช่วัตถุ
๕.๓ " การวิจัยและพัฒนาการทหาร " หมายความว่า การวิจัยและพัฒนา ที่มีความมุ่งหมายเพื่อสนองความต้องการทางทหาร หรือเกี่ยวข้องกับการทหาร ดำเนินการโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคต่าง ๆ เป็นหลักปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่การวิจัยขั้นมูลฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติไปจนถึงการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคัดเลือก สร้างสรรค์ หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ที่เป็นประโยชน์แล้วนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ตลอดจนระบบต่าง ๆ มาทำการทดสอบ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๔ " แผนงานวิจัย " หมายความว่า แผนหลักของการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ที่มีจุดหมายอย่างกว้าง ที่จะดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและเป้าหมาย
การวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วยงานหรือโครงการ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้
แผนงานวิจัยบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
๕.๕ " โครงการวิจัย " หมายความว่า โครงการวิจัยและพัฒนาการทหารตามแผนงานวิจัย ที่มีลักษณะพิเศษต่างไปจากโครงการปกติ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ มีแผนการดำเนินงานเป็นขั้นตอนมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน มีการกำหนดการใช้ทรัพยากรตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม และมีการคาดหมายผลงานที่จะได้รับจากการดำเนินงานนั้น โครงการวิจัยมี ๒ ประเภท คือ
๕.๕.๑ โครงการวิจัยประเภททั่วไป คือ โครงการวิจัยที่ต้องเสนอขออนุมัติหลักการและวงเงินงบประมาณเป็นการล่วงหน้า ก่อนการดำเนินการจริงประมาณ ๒ ปี
๕.๕.๒ โครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน คือ โครงการวิจัยที่มีความจำเป็นต้องรีบดำเนินการ เพื่อตอบสนองภารกิจสำคัญของกระทรวงกลาโหม และไม่สามารถดำเนินการตามกำหนด เวลาปกติได้ หากไม่รีบดำเนินการจะส่งผลเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ หรือกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติการทางทหาร โครงการวิจัยประเภทเร่งด่วนสามารถเสนอคำขอได้ทุกโอกาส
๕.๖ " ผู้อำนวยการแผนงานวิจัย " หมายความว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตร ที่มีหน้าที่ประสานงาน กำกับดูแล รับผิดชอบการจัดทำ และการดำเนินงานโครงการ ในแผนงานวิจัย
๕.๗ " ผู้อำนวยการโครงการวิจัย " หมายความว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตร ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานโครงการวิจัย ที่จำเป็นต้องประสานความร่วมมือจากหลายฝ่าย
๕.๘ " นายทหารโครงการ " หมายความว่า ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบและดำเนินงานการวิจัย ตามโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
๕.๙ " กำลังพลทางการวิจัย " หมายความว่า ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับการวิจัยและพัฒนาการทหาร แบ่งเป็น ๔ ประเภท คือ
๕.๙.๑ " ผู้บริหารการวิจัย " คือ ผู้รับผิดชอบในการบริหารงานวิจัย หรือผู้อำนวยการแผนงานวิจัย หรือผู้อำนวยการโครงการวิจัย ซึ่งทำหน้าที่อำนวยการและรับผิดชอบการดำเนินงานโครงการวิจัย
๕.๙.๒ " ที่ปรึกษาการวิจัย " คือ นักวิชาการ หรือ ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน
ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่อง การพัฒนานโยบายและเป้าหมายการวิจัย หรือการดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๙.๓ " นักวิจัย " คือ ผู้ทำหน้าที่ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๙.๔ " ผู้ช่วยนักวิจัย " คือ ผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือนักวิจัยในการปฏิบัติ
การวิจัยและพัฒนาการทหารทางด้านเทคนิค
๕.๑๐ " หน่วยงานวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานที่มีภารกิจหลักทางการวิจัยและพัฒนา ด้านอำนวยการ หรือด้านปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา
๕.๑๑ " หน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานที่ไม่มีภารกิจหลักทาง
การวิจัยและพัฒนา แต่มีขีดความสามารถด้านอำนวยการหรือด้านปฏิบัติการวิจัย
๕.๑๒ " หน่วยเจ้าของโครงการ " หมายความว่า หน่วยที่จัดทำและเสนอคำขอโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๑๓ " หน่วยดำเนินการวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานวิจัย หรือ หน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย ที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนา
๕.๑๔ " หน่วยเสนอความต้องการ " หมายความว่า หน่วยหรือบุคคล ที่เสนอความต้องการใช้ผลงานการวิจัย แต่มิได้ดำเนินการเองหมวด ๒
นโยบาย เป้าหมาย และ หลักการทั่วไปข้อ ๖. นโยบายการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตามนโยบายความมั่นคงแห่งชาติด้านการป้องกันประเทศ และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของชาติ โดยคำนึงถึงภัยคุกคาม ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายการวิจัย
และพัฒนาการทหารจะกำหนดระยะ ๕ ปี และระบุไว้ในนโยบายการทหาร ของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๗. เป้าหมายการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม จะต้องสอดคล้อง
กับนโยบายการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม และจะต้องระบุแผนงาน และโครงการ
ในแต่ละแผนงาน เป้าหมายการวิจัยจะต้องมีการปรับปรุง ทบทวนตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อ ๘. หลักการทั่วไปในการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม คือ รวมการด้านนโยบายและงบประมาณ ในระดับกระทรวงกลาโหม แยกการด้านปฏิบัติ ในระดับ
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ข้อ ๙. ขอบเขตของงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม ประกอบ
ด้วยงาน สำคัญ ๔ สาขา คือ งานด้านนโยบายและเป้าหมายการวิจัย งานวิจัยและการบริหารโครงการวิจัยงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย และงานขยายผลการวิจัย
ข้อ ๑๐. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบการจัดทำนโยบายและเป้าหมายการวิจัยของกระทรวงกลาโหม โดยมีสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการหมวด ๓
องค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหารข้อ ๑๑. องค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหาร มี ๒ รูปแบบ คือ รูปแบบคณะกรรมการและรูปแบบหน่วยงาน
ข้อ ๑๒. การจัดองค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม มี ๒ ระดับ คือ
๑๒.๑ ระดับกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่อำนวยการให้เป็นไปตามหลักการ
รวมการด้านนโยบายและงบประมาณ และแยกการด้านปฏิบัติ
๑๒.๒ ระดับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก กองทัพเรือ
กองทัพอากาศ ทำหน้าที่ปฏิบัติการวิจัยพัฒนา และหรืออำนวยการวิจัยในหน่วยตน
ข้อ ๑๓. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นองค์กรรับ
ผิดชอบการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นส่วนรวม มีรองปลัดกระทรวงกลาโหม สายงานยุทธการ เป็นประธาน รองเสนาธิการทหารสายงานยุทธการ เป็นรองประธาน กรรมการประกอบด้วย รองเสนาธิการทหารบกสายงานยุทธการ รองเสนาธิการทหารเรือ รองเสนาธิการทหารอากาศสายงานยุทธการ หัวหน้าหน่วยงานวิจัยและหน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีสำนักงานวิจัย
และพัฒนาการทหารกลาโหม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการนี้ มีอนุกรรมการสาขาต่าง ๆ ช่วยเหลือการดำเนินงานได้ตามความจำเป็น
ข้อ ๑๔. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ทำหน้าที่ประสานงานวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับส่วนราชการทั้งในและนอกกระทรวงกลาโหม ตลอดจนภาคเอกชนและ
ต่างประเทศ และอำนวยการ กำกับดูแล การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๑๕. การประสานงานวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในกระทรวงกลาโหม หน่วยเจ้าของโครงการ หน่วยดำเนินการวิจัย และหน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย ประสานกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านทางหน่วยงานวิจัยที่มีภารกิจหลักทางด้านอำนวยการ ของกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศหมวด ๔
การวิจัยและการบริหารโครงการวิจัย
ข้อ ๑๖. หน่วยเจ้าของโครงการวิจัยในหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เว้นกองบัญชาการทหารสูงสุด เสนอคำขอโครงการวิจัยประเภททั่วไป และโครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน ต่อสำนักงานวิจัย
และพัฒนาการทหารกลาโหม ส่วนหน่วยเจ้าของโครงการวิจัยในกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ จะต้องเสนอคำขอโครงการวิจัยทั้ง ๒ ประเภท ต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงานวิจัยของหน่วย
ข้อ ๑๗. คำขอโครงการวิจัยทั้ง ๒ ประเภท ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม กำหนด คำขอโครงการวิจัยประเภททั่วไป จะต้องส่งถึงสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ส่วนคำขอโครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน ให้เสนอสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ได้ทุกโอกาส
ข้อ ๑๘. คำขอโครงการวิจัย จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบายการวิจัยของกระทรวงกลาโหม และต้องได้รับความเห็นชอบจากสายวิทยาการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งระบุหน่วยเสนอความต้องการ
ข้อ ๑๙. การดำเนินงานโครงการวิจัยทุกโครงการ หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือ หน่วยดำเนินการวิจัย ต้องแต่งตั้งนายทหารโครงการรับผิดชอบ เว้นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ ที่ต้องร่วมมือดำเนินงานกับบุคคลหรือหน่วยงานหลายฝ่าย ให้แต่งตั้งผู้อำนวยการแผนงานวิจัย หรือ ผู้อำนวยการโครงการวิจัย ตามความเหมาะสม
ข้อ ๒๐. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการและงบประมาณการวิจัย ที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม แล้วเสนอขออนุมัติโครงการและงบประมาณ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี
ข้อ ๒๑. การดำเนินงานโครงการวิจัยอาจทำได้โดย หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือหน่วย
ดำเนินการวิจัย ดำเนินงานเองทั้งหมด หรือแบ่งมอบงานบางส่วนหรือทั้งหมดให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่น
ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน หรือเอกชน ดำเนินงาน
ข้อ ๒๒. หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือ หน่วยดำเนินการวิจัย
๒๒.๑ เตรียมการดำเนินงานโครงการวิจัยได้ นับแต่โครงการได้รับอนุมัติจาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเริ่มดำเนินงานได้ทันที เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
๒๒.๒ รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการวิจัย ผ่านสายการประสานงานต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ทุกห้วงระยะเวลา ๔ เดือน ตามงวดงบประมาณ ตามแบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด ส่วนการรายงานการใช้จ่ายงบประมาณโครงการวิจัย ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ว่าด้วยเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา
การทหาร
๒๒.๓ แจ้งสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงานให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการทดสอบหรือประเมินค่า ผลการดำเนินงานวิจัยทุกขั้นตอนที่สำคัญ
๒๒.๔ ให้ความร่วมมือกับคณะอนุกรรมการวัดผลและประเมินผลโครงการวิจัยพัฒนาในการติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
๒๒.๕ แจ้งสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ จากคำขอโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ
๒๒.๖ รายงานขออนุมัติปิดโครงการ ต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน เมื่อดำเนินงานโครงการวิจัยเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อมกับเอกสารการวิจัย และหรือผลงานต้นแบบ หรือหุ่นจำลอง ตามแบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด
๒๒.๗ รายงานขอปิดโครงการวิจัยต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน ในกรณีที่โครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่จำเป็นต้องยุติการดำเนินงาน พร้อมกับเอกสารการวิจัย และหรือผลงานต้นแบบ หรือหุ่นจำลอง ผลงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ข้อ ๒๓. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม รับผิดชอบกลั่นกรองคำขอโครงการวิจัยจัดสรรงบประมาณโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม และวัดผลประเมินผลการดำเนินงานโครงการวิจัยหมวด ๕
โครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยข้อ ๒๔. โครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย หมายความว่า กำลังพลทางการวิจัย และเทคโนโลยีทางการวิจัย ที่สนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ให้บรรลุเป้าหมายและนโยบายการวิจัยของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๒๕. กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยในส่วนของตน ได้ตามความเหมาะสม โดยให้จัดทำในรูปของคำขอโครงการวิจัย
ข้อ ๒๖. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ดำเนินการให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย ทั้งด้านกำลังพลและเทคโนโลยีทางการวิจัย เป็นส่วนรวม ดังนี้
๒๖.๑ กำหนดทิศทางและแผนพัฒนากำลังพลทางการวิจัย และเทคโนโลยีทางการวิจัย
๒๖.๒ พัฒนากำลังพลทางการวิจัยเป็นส่วนรวม โดยส่งเสริมสนับสนุนให้ทุนการ
ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน สัมมนา ประชุมทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในและนอกประเทศ๒๖.๓ อนุรักษ์กำลังพลทางการวิจัย โดยส่งเสริมให้มีสภาพการทำงานที่ดี
มีความมั่นคงก้าวหน้าในการปฏิบัติงานวิจัย กับให้ได้รับผลประโยชน์และสิทธิพิเศษทางกำลังพล
๒๖.๔ พัฒนาศูนย์ข้อมูลทางการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม
๒๖.๕ ดำเนินการให้มีการจัดหา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการวิจัยที่เหมาะสม จากในและนอกประเทศ กับส่งเสริมให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารอย่างแท้จริง
๒๖.๖ สร้างกลไกประกันคุณภาพผลงานวิจัย ด้วยมาตรการกำกับดูแล แผนงานหรือโครงการวิจัยทุกขั้นตอน เริ่มด้วยการกลั่นกรองวิเคราะห์คำขอโครงการวิจัย การวัดผลและประเมินผล การดำเนินงาน การทดสอบและประเมินค่า และการรายงานผลการวิจัย
๒๖.๗ พัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเฉพาะด้าน แก่กำลังพลทางการวิจัย
๒๖.๘ ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารหมวด ๖
การขยายผลการวิจัยข้อ ๒๗ การขยายผลการวิจัย หมายความว่า การดำเนินการต่อผลงานการวิจัยในเรื่องการรับรองมาตรฐาน การผลิต การบรรจุใช้ในราชการ การผลิตเพื่อขายทั้งในและนอกประเทศ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ข้อ ๒๘ กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานผลงานวิจัยของตน ที่สมควรผลิตเพื่อบรรจุใช้ในราชการ และดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ตามความเหมาะสม โดยประสานกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม
ข้อ ๒๙ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม
๒๙.๑ ดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานผลงานการวิจัย จากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม แล้วส่งเสริมให้มี การผลิต การบรรจุใช้ในราชการ และการผลิตเพื่อขายทั้งในและนอกประเทศ
๒๙.๒ ดำเนินการ หรือร่วมดำเนินการ กับกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ให้มีการสาธิต นิทรรศการ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผลงานการวิจัย หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๒๙.๓ เป็นเจ้าของและดูแลรับผิดชอบ กรรมสิทธิในผลงานวิจัย ที่ใช้
งบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งผลประโยชน์อื่นใดที่พึงได้จากกรรมสิทธิ์นั้น
หมวด ๗
บทเบ็ดเสร็จข้อ ๓๐ งบประมาณการวิจัยและพัฒนาการทหาร หมายความว่า เงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แบ่งเป็น เงินอุดหนุนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร กับเงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
ข้อ ๓๑ เงินอุดหนุนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร หมายรวมถึงงบประมาณเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย และงบประมาณเพื่อการขยายผลทางการวิจัย
ข้อ ๓๒ การกำหนดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษทางกำลังพล การให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากผลงานการวิจัย แก่กำลังพลทางการวิจัย ให้จัดทำเป็นคำสั่ง ระเบียบ หรือ ข้อบังคับ
ข้อ ๓๓ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กำหนดระเบียบปฏิบัติภายในที่ไม่ขัดต่อระเบียบนี้ได้ และให้ส่งสำเนาให้สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันมีผลใช้บังคับประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๖
(ลงชื่อ) พล.อ.วิจิตร สุขมาก
(วิจิตร สุขมาก)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้ระเบียบฉบับนี้ คือ สืบเนื่องจากกระทรวงกลาโหม ได้ยกระดับการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหาร จากเดิมดำเนินการในระดับกองบัญชาการทหารสูงสุด มาเป็นระดับกระทรวงกลาโหม ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารงานวิจัย และพัฒนาการทหาร ด้วยเหตุนี้เพื่อให้มีหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นส่วนรวมและปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันทุกส่วนราชการ กับเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของส่วนราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการ จึงจำเป็นต้องออกระเบียบนี้
