การรบด้วยวิธีรุก (Offense)
พ.อ.ประเทือง ปิยกะโพธิ์
๑.เป็นวิธีเดียวในการบรรลุชัยชนะแตกหักของสงคราม เป็นการรบขั้นแตกหักของสงคราม
เป็นวิธีการสุดท้ายของผู้บังคับบัญชาในการบังคับให้ข้าศึกปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของตน
๒.วัตถุประสงค์หลักในการรบด้วยวิธีรุก.....การทำลาย หรือเอาชนะกำลังฝ่ายข้าศึก
๓.วัตถุประสงค์อื่น ๆ
- ควบคุมภูมิประเทศสำคัญ และภูมิประเทศสำคัญยิ่ง
- ให้ได้มาซึ่งทรัพยากรสนับสนุนการสงคราม
- ขัดขวางมิให้ข้าศึกใช้ทรัพยากร
- ให้ได้ข่าวสาร
- ลวงและหันเหข้าศึก
- ตรึงข้าศึกให้อยู่ในที่มั่น
- ขัดขวางการเข้าตีของข้าศึก
๔.ลักษณะการรบด้วยวิธีรุก
- การจู่โจม
- การรวมกำลัง
- ความรวดเร็ว
- ความอ่อนตัว
- ความห้าวหาญ
๕.โครงร่างการรบด้วยวิธีรุก
- การปฏิบัติการทางลึก....เพื่อขัดขวางกำลังข้าศึกที่ยังไม่ได้เข้าสู่การรบ
- การปฏิบัติระยะใกล้.....แบ่งเป็น ส่วนปฏิบัติหลัก (ส่วนติดตาม และรับมอบภารกิจเคลื่อนที่ตาม),
ส่วนปฏิบัติการสนับสนุน(ส่วนติดตามสนับสนุนเคลื่อนที่ตาม)
- การลาดตระเวนและการระวังป้องกัน
- การลาดตระเวน...กระทำเพื่อให้ได้ข่าวสาร
- การระวังป้องกัน...มีจุดมุ่งหมายเพื่อขัดขวางการรบกวนอันไม่คาดคิดที่ข้าศึกจะกระทำต่อขบวนการเข้าตี
- ระดับการระวังป้องกัน ๓ ระดับ
- ฉากกำบัง (Screen).....เบาบาง
- ส่วนคุ้มกันหรือกระหนาบ (Guard)....กลาง
- ส่วนกำบัง (Cover).....เข้ม
- การปฏิบัติของกองหนุน....ภารกิจหลัก คือขยายผลแห่งความมีชัย
- การปฏิบัติในพื้นที่ส่วนหลัง....มีพันธกิจหลัก ๔ ประการ
- การจัดพื้นที่ - การระวังป้องกัน - การเคลื่อนย้าย - การดำรงสภาพ
๖.ชนิดของการรบด้วยวิธีรุก ๔ ชนิด
- การเคลื่อนที่เข้าปะทะ
- การเข้าตี
- การขยายผล
- การไล่ติดตาม
๗.การเคลื่อนที่เข้าปะทะ....วัตถุประสงค์เพื่อคลี่คลายสถานการณ์
- จัดกำลัง ๕ ส่วน
- ส่วนกำบัง
- กำลังส่วนใหญ่
- กองระวังหน้า
- กองกระหนาบ
- กองระวังหลัง
สิ้นสุดเมื่อ...เข้ายึดที่หมาย โดยปราศจากการปะทะกับข้าศึก หรือเมื่อเกิดการปะทะโดยการรบปะทะ หรือเข้าตีเร่งด่วน
๘.การเข้าตี ๒ ชนิด.....การเข้าตีเร่งด่วน.......การเข้าตีประณีต
๙.การเข้าตีเร่งด่วน.....เพื่อชิงความได้เปรียบหรือทำลายข้าศึกก่อนข้าศึกจะจัดการตั้งรับอย่างมีระเบียบ มี 3 ขั้นตอน
- การรุกคืบหน้าของส่วนลาดตระเวนและระวังป้องกัน
- การใช้ส่วนระวังป้องกันเข้าโจมตี
- การโจมตีด้วยกำลังส่วนใหญ่
๑๐.การเข้าตีประณีต.....เป็นการเข้าตีที่วางแผนอย่างละเอียด ใช้กำลังพลและอาวุธขนาดใหญ่
ลักษณะการปฏิบัติ...วางแผนละเอียด...รวมกำลังอย่างรวดเร็ว...ขยายผลต่อจุดอ่อนข้าศึก...การปฏิบัติที่รุนแรง
๑๑.การขยายผล....เพื่อทำให้ข้าศึกแตกกระจายจนถึงจุดที่ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมจำนน หรือหลบหนีไป
- เป็นการขยายผลต่อจากการเข้าตีเร่งด่วนหรือการเข้าตีประณีต
- เพื่อทำลายขีดความสามารถของข้าศึกในการสถาปนาการตั้งรับขึ้นมาใหม่ หรือทำการถอนตัวออกไปอย่างมีระเบียบ
- สถานการณ์ที่เกื้อกูลต่อการขยายผล
- จับเชลยศึกได้เพิ่มขึ้น
- ข้าศึกละทิ้งยุทโธปกรณ์มากขึ้น
- หน่วยเข้าบดขยี้ปืนใหญ่ ที่บัญชาการ ที่ตั้งทางการสื่อสาร และแหล่งส่งกำลังบำรุงได้แล้ว
๑๒.การไล่ติดตาม....มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายกำลังฝ่ายตรงข้ามลงอย่างสิ้นเชิง
ที่หมายของการไล่ติดตามคือ กำลังข้าศึก
ต่างจากการขยายผล คือ ไม่สามารถเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้าได้
๑๓.แบบของการดำเนินกลยุทธ ๕ แบบ
- การตีโอบ
- การตีตลบ
- การแทรกซึม
- การตีเจาะ
- การตีตรงหน้า
๑๔.การตีโอบ....ใช้ความแข็งแกร่งเข้าต่อสู้กับจุดอ่อน หลีกเลี่ยงข้าศึกที่อยู่ด้านหน้า แล้วเข้า
ตีหลักทางปีกหรือทางหลังข้าศึก
๑๕.การตีตลบ....เป็นการแปรรูปของการตีโอบ พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งรับของข้าศึกอย่าง
สิ้นเชิง เข้าควบคุมภูมิประเทศสำคัญลึกไปข้างหลัง เป็นผลให้ข้าศึกต้องหันกลับจากที่มั่น
ตั้งรับและถูกบังคับให้เข้าตีมาทางด้านหลังด้วยความเสียเปรียบ
....แตกต่างจากการตีโอบคือไม่มุ่งทำลายล้างข้าศึกในที่มั่น แต่จะเข้าไปยึดภูมิประเทศ
สำคัญลึกลงไปในส่วนหลัง
๑๖.การตีเจาะ....ใช้เมื่อปีกข้าศึกไม่เปิด ปัจจัยเวลาไม่อำนวย ให้ใช้ในการดำเนินกลยุทธแบบ
อื่น พยายามเจาะช่องตั้งรับของข้าศึกด้วยกว้างด้านหน้าแคบ ทำให้ปีกทั้งสองของช่องเจาะ
เปิดเพื่อให้การปฏิบัติหลักพุ่งเข้าสู่ส่วนหลังของข้าศึกได้
๑๗.การแทรกซึม....เป็นวิธีการเข้าสู่ส่วนหลังข้าศึกโดยหลีกเลี่ยงการตั้งรับข้าศึกที่ได้เตรียมไว้
แล้ว ด้วยการเคลื่อนที่ปกปิดกำลังบางส่วนหรือทั้งหมด หลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบและการปะทะให้มากที่สุด เพื่อให้บรรลุ ๒ ภารกิจ....
- การคุกคามต่อระบบสนับสนุน
- การเข้าตีทางลึก
วิธีการแทรกซึม....บุคคล...ชุด...หน่วย
๑๘.การเข้าตีตรงหน้า....เป็นการโจมตีข้าศึกตลอดกว้างด้านหน้าด้วยแนวทางที่ตรงที่สุด
เป็นการดำเนินการยุทธที่อันตรายที่สุด เปิดเผยกำลังของฝ่ายเข้าตี ล่อแหลมต่อการถูก
ระดมยิงและจำกัดประสิทธิภาพการยิงของฝ่ายเข้าตี เป็นแบบการดำเนินการยุทธที่ง่าย
ที่สุด จึงเหมาะนำมาใช้บดขยี้การตั้งรับที่เบาบาง
๑๙.ข้อพิจารณาการวางแผนการรบด้วยวิธีรุก.....ใช้ BOS 7
- การข่าว
- การดำเนินกลยุทธ
- การยิงสนับสนุน
- การ ปภอ.
- M/CM/S
- การสนับสนุนการรบ
- การควบคุมและบังคับบัญชา
๒๐.การข่าวกรอง.....ใช้ IPB ในการวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ, ลมฟ้าอากาศ และหนทางปฏิบัติของข้าศึก
- ใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อ...หาข่าวภูมิประเทศ, ที่ตั้ง, กำลัง, เจตนารมณ์, ยืนยัน/ปฏิเสธ
- หนทางปฏิบัติของข้าศึก.......เน้นที่ ข้าศึกทำการตั้งรับที่ไหน ? ด้วยกำลังเท่าไหร่ ?
๒๑.การดำเนินกลยุทธ์....การเคลื่อนย้ายกำลังฝ่ายเราไป ณ ตำบลที่ได้เปรียบข้าศึก
๒๒.การยิงสนับสนุน....ครองความเหนือกว่าในการยิงสนับสนุนตลอดการรบด้วยวิธีรุก
ใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีเพื่อ...รบกวน, ทำลาย, รั้งหน่วงความต่อเนื่องในการตั้งรับ ขศ.
๒๓.การป้องกันภัยทางอากาศ.... เน้นน้ำหนัก ปภอ.ส่วนปฏิบัติหลัก.....พิจารณาปัจจัย
METT-T.... ใช้มาตรการ ปภอ.เชิงรับ....ปัจจัยสำคัญในการกำหนดความเร่งด่วน ปภอ.
พิจารณา....ทรัพยากรที่มีและภัยคุกคามของข้าศึก
๒๔.M/CM/S
- ความคล่องแคล่ว... เปิดสนามทุ่นระเบิด, เจาะเครื่องกีดขวาง, สร้างเส้นทางใหม่
ที่ข้าศึกคิดว่าผ่านไม่ได้เพื่อให้เกิดการจู่โจม
- ต่อต้านความคล่องแคล่ว.... โดดเดี่ยวข้าศึก, วางเครื่องกีดขวาง, ทุ่นระเบิดโปรยหว่าน เพื่อป้องกันการตีโต้ตอบของข้าศึก
- ความอยู่รอด...สร้างที่ตั้ง ป., ปตอ., สร้าง-ปรับปรุงเส้นทางเพื่อการส่งกำลัง
๒๕.การสนับสนุนการรบ....การส่ง กบ.ในการรบด้วยวิธีรุกเน้นเรื่อง....การรักษาความต่อเนื่อง
๒๖.การควบคุมบังคับบัญชา....แปลงภารกิจหน่วยเหนือเป็น พื้นที่ปฏิบัติการ....ที่หมายแก่
หน่วยรอง ใช้เจตนารมณ์ ...จัดสรรทรัพยากร - การดำเนินกลยุทธ์แก่หน่วยรอง
ผบ.อยู่ ณ ที่สามารถรับรู้สถานการณ์, ตัดสินใจ, มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติของหน่วยรองได้มากที่สุด
๒๗.การบังคับบัญชา....เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความอยู่รอด มี ๓ ชนิด
- ทก.ยุทธวิธี
- ทก.หลัก
- ทก.หลัง
- ทก.สำรอง
๒๘.รูปขบวนเข้าตีของ พล.ร. ๓ แบบ
- รูปขบวนกรมเคลื่อนที่ตามกัน (แถวตอน)
- รูปขบวนกรมเคียงกัน (หน้ากระดาน)
- รูปขบวนขั้นบันได
๒๙.การปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุกที่มีความมุ่งหมายพิเศษ
- การลาดตระเวนด้วยกำลัง
- การตีโฉบฉวย
- การซุ่มโจมตี
- การเข้าตีทำลายการเข้าตี
- การตีโต้ตอบ
- การเข้าตีลวง
- การแสดงลวง
๓๐.การตีโฉบฉวย มีวัตถุประสงค์...
- เพื่อให้ได้ข่าวสาร
- ทำให้ข้าศึกสับสน
- ทำลายสถานที่ตั้ง
- ไม่ต้องการยึดพื้นที่
- สิ้นสุดเมื่อถอนตัวหรือภารกิจสำเร็จแล้ว
๓๑.การซุ่มโจมตี...โจมตีข้าศึกที่กำลังเคลื่อนที่, หยุดชั่วขณะ, ไม่ต้องการยึดพื้นที่
- แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ....
- การซุ่มโจมตีเป็นตำบล
- การซุ่มโจมตีเป็นพื้นที่
๓๒.การเข้าตีทำลายการเข้าตี
- ทำให้ข้าศึกเสียจังหวะในการเตรียมการรุก
- ทำลายทรัพยากรสำคัญ, ระบบอาวุธยิงสนับสนุน, สป.๓, ที่กองกระสุน,
ยุทโธปกรณ์ในการสร้างสะพาน
- ให้ได้เวลาเพิ่มในการเตรียมที่มั่นตั้งรับ
- ลดความได้เปรียบของข้าศึกเกี่ยวกับความประสานสอดคล้อง
๓๓.การตีโต้ตอบ วัตถุประสงค์
- เอาชนะหรือทำลายกำลังข้าศึก
- แย่งชิงที่มั่นกลับคืน
- ยับยั้งการเจาะแนวตั้งรับ
- แบ่งเป็น ๒ ระดับ
- การตีโต้ตอบหลัก
- การตีโต้ตอบเฉพาะตำบล
๓๔.การเข้าตีลวง....วัตถุประสงค์
- เพื่อหันเหความสนใจของข้าศึกจากการเข้าตีหลัก
- เข้าตียึดที่หมายจำกัดตื้นๆ
๓๕.การแสดงลวง....วัตถุประสงค์
- เพื่อลวงหรือหันเหความสนใจของข้าศึก
- แสดงกำลังในพื้นที่ที่มิได้มุ่งปฏิบัติแตกหัก
- แตกต่างจากการเข้าตีลวง คือไม่มุ่งปะทะกับข้าศึกกิจทางยุทธวิธี (Tactical Tasks) คือ กิจกรรมที่เฉพาะเจาะจงซึ่งหน่วยปฏิบัติจะต้องกระทำ เพื่อนำไปสู่บรรลุผลความมุ่งหมายที่กำหนด
