ผลงานวิจัยดีเด่นของกระทรวงกลาโหม
10 ผลงานวิจัยดีเด่นของกระทรวงกลาโหม |
|
|
|
โครงการวิจัยและพัฒนาการทหารที่ให้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นของ กห. ปี 2536 - 2545
|
เมื่อปี 2543 สวพ.กห. ได้ริเริ่มจัดงานนิทรรศการเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ปี ๒๐๐๐ หรือ DT 2000 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะรวบรวมผลงานวิจัย ที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และสมควรที่จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ จึงได้รวมการมอบรางวัลนำวิจัยดีเด่นของ กห. เข้าไว้เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานนิทรรศการ ฯ
|
เพื่อเป็นการส่งเสริมงานด้านการวิจัย และยกระดับงานวิจัยของกระทรวงกลาโหม ให้เป็นที่ยอมรับในวงการวิจัย ระดับชาติ อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้น ให้นักวิจัยเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยให้อย่างมีประสิทธิภาพ สวพ.กห. ได้ออกระเบียบ สวพ.กห. ว่าด้วยการให้รางวัลตอบแทนการวิจัยและพัฒนาการทหาร พ.ศ.2546 ลงวันที่ 7 ม.ค.46 โดยได้กำหนด วงเงินสำหรับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นด้านยุทโธปกรณ์ และด้านพัฒนาหลักการ ดังนี้
ปี 2544 สวพ.กห. ครบ 10 ปี ได้จัดพิธีเทิดเกียรติและมอบรางวัลแก่ นักวิจัยดีเด่น ปี 2543 จำนวน 4 ท่าน คือ
|
ปี 2545 มีนักวิจัยได้
รับรางวัล จำนวน 4 ท่าน ดังนี้
|
ระเบียบ สวพ.กห. ว่าด้วยการให้รางวัลตอบแทนการ วิจัยและพัฒนาการทหาร พ.ศ.2546 ลงวันที่ 7 ม.ค.46 มูลค่ารางวัลตอบแทนนักวิจัย |
น.อ.สุทธิชัย รังสิโรดม์โกมล |
พล.ร.อ.อุดมสวัสดิ์ เอกภูมิ |
รางวัลที่ 1 ไม่เกินรางวัลละ 100,000.- บาท
|
พ.อ.สุวิชา จิตรปฏิมา |
พล.ร.ต.ศ.วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี |
รางวัลที่ 2 ไม่เกินรางวัลละ 50,000.- บาท
|
พ.ท.โชค ชุ่มศิริ |
น.อ.กรวิตต์ วัชรสินธุ์ |
รางวัลที่ 3 ไม่เกินรางวัลละ 30,000.- บาท
|
น.ท.เจษฎา คีรีรัฐนิคม |
น.อ.วีระศักดิ์ สิตานนท์ |
รางวัลชมเชย ไม่เกินรางวัลละ 10,000.- บาท
|
กำหนดเงินรางวัลดังกล่าว วงเงินรวมของเงินในแต่ละปีไม่เกิน 800,000.-บาท ดังนั้นหากหน่วยงานหรือนักวิจัยด้านใดมี โครงการวิจัยซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะขอรับรางวัล ขอให้ส่งรายละเอียดโครงการวิจัยมายัง สวพ.กห.ได้โดยตรงเพื่อที่จะได้นำเข้าพิจารณาในการขอรับรางวัลต่อไป
นักวิจัยดีเด่นของกระทรวงกลาโหม
ความก้าวหน้าของโลกปัจจุบันนี้ เป็นผลซึ่งเกิดมาจากความคิดของมนุษย์ เพื่อให้เกิดการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ มนุษย์จึงได้นำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาดัดแปลงด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ ทั้งที่เลียนแบบธรรมชาติ และคิดขึ้นมาเอง เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยปัจจุบันเราให้คำจำกัดความของการวิจัยว่าเป็นการดำเนินการทั้งปวง โดยอาศัยหลักวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฎการณ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มุ่งไปสู่การตอบปัญหาต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา แต่อย่างไรก็ตามการวิจัยจะเกิดผลสำเร็จ ก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกำลังพลผู้ทำการวิจัย หรือนักวิจัย นั่นเอง
ในส่วนของกระทรวงกลาโหม กำลังพลที่ปฏิบัติงานด้านการวิจัย ซึ่งทำงานอยู่ตามหน่วยต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการวิจัยด้านใดด้านหนึ่งอยู่ด้วย กำลังพลเหล่านี้ยังมีงานประจำในตำแหน่งงานหลัก และทำงานวิจัยเป็นงานประกอบ ทำให้ไม่สามารถมีบทบาทในการเป็นนักวิจัยได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดการขัดแย้งระหว่างการปฏิบัติงานประจำกับการปกิบัติงานหลักตามตำแหน่งหน้าที่
การที่จะอนุรักษ์นักวิจัยที่สังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งจัดเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างยิ่งของกระทรวงกลาโหม ซึ่งจัดเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างยิ่งของกระทรวงกลาโหม การที่จะเสริมสร้างและสงวนกำลังพล ประเภทนี้ให้คงอยู่ในกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของกระทรวงกลาโหม แต่ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอุตสาหกรรมมีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจภาคเอกชนมีความต้องการ บุคลากรประเภทนี้มาก มีการเสนอค่าจ้างแรงงานให้ในอัตราสูงกว่าการรับราชการ จึงทำให้นักวิจัยใหม่ ๆ ไม่เข้ารับราชการและที่รับราชการอยู่แล้วก็ลาออกไป (BRAIN DRAIN) เพื่อทำงานที่มีรายได้สูงกว่า
แต่ในขณะที่นักวิจัยส่วนหนึ่งลาออกไป ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่มี่ความมุ่งมั่น รักศักดิ์ศรี มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเห็นกองทัพมีความเจริญก้าวหน้าด้วยการวิจัยและพัฒนา ยังคงยืนหยัดทำการค้นคว้าวิจัย ทำให้เกิดโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารต่าง ๆ มากมาย เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ และกระทรวงกลาโหมและบางโครงการยังเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไปอีกด้วย
กระทรวงกลาโหม โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนางานในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันและพัฒนาประเทศ โดยรวมการด้านนโยบายและงบประมาณวิจัยไว้ เพื่อให้เป็นเอกภาพ รวมทั้งสามารถติดตามควบคุมและประเมินผลการวิจัยได้อย่างถูกต้อง ทำให้เป็นประโยชน์ มีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่งคง ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีศักยภาพ และเป็นการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต หรือนำไปใช้ประโยชน์ทางอื่นได้ ซึ่งงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการได้ทั้งในส่วนของเหล่าทัพต่างๆ บก.ทหารสูงสุด และ สป. นั้น ผลงานส่วนใหญ่จะใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศและเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้หรือประจักษ์ชัดแจ้งว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมโดยส่วนรวม
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ได้ดำเนินการในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้โครงการวิจัยที่ดี มีคุณค่า กิจกรรมหนึ่งซึ่ง สวพ.กห. ได้ปฏิบัติต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นต้นมา คือ การพิจารณาคัดเลือกและมอบรางวัลแก่นักวิจัยดีเด่นของ กห. เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ให้กำลังใจ และประกาศเกียรติคุณให้สาธารณชนได้รับทราบ
แต่เดิมการให้รางวัลนักวิจัยดีเด่นของ กห. จะคัดเลือกจากโครงการวิจัยและพัฒนา ซึ่งส่งเข้าประกวดเพื่อขอรับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ และเมื่อโครงการใดได้รับรางวัล สวพ.กห. ก็จะดำเนินการมอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นของ กห. ต่อไป
ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีที่ สวพ.กห. ริเริ่มจัดงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ปี ๒๐๐๐ หรือ DT 2000 ได้จัดให้มีพิธีเทิดเกียรติและมอบรางวัลแก่วิจัยดีเด่นของ กห. ในคราวเดียวกัน และพิธีดังกล่าวได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
