IP Address ของท่าน : 54.82.116.210

การใช้ยศทหารประกอบชื่อบุคคล


 

ผู้มียศทหารสามารถใช้ยศประกอบในกิจการของทหาร, ในงานพระราชพิธี, รัฐพิธี, นามบัตร, บัตรเชิญ, พิมพ์หนังสือเป็นตำราแก่บุคคลทั่วไป

คำชี้แจงกระทรวงกลาโหม
เรื่อง การใช้ยศทหารประกอบชื่อบุคคล
----------------------------

เนื่องจากปรากฎว่านายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนทั้งประจำการบางนาย ใช้ยศทหารประกอบชื่อในกิจการและโอกาสที่ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ กล่าวคือในบางกิจการ หรือโอกาสที่ไม่สมควรจะเปิดเผยให้บุคคลภายนอกวงการทหารทราบว่าตนเป็นทหารก็กลับเปิดเผยให้ทราบ ทั้งนี้ ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความเสื่อมเสียถึงวงการทหารโดยทั่วไปด้วย ฉะนั้นจึงชี้แจงทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑.
ยศทหารนั้นโดยเฉพาะยศนายทหารสัญญาบัตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ จึงถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ
และเป็นพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแก่เหล่าทหารของชาติซึ่งผู้ได้รับทุกคนจักต้องเชิดชูรักษาไว้ และถือเป็นเกียรติยศชื่อเสียงของตนเอง และของวงศ์ตระกูล ประเทศต่างๆ
เขาถือว่าทหารเป็นผู้ซึ่งสมควรยกย่องเป็นพิเศษ เพราะเป็นผู้ที่ยอมเสียสละแล้วทุกสิ่งทุกอย่างแม้ชีวิต
และเลือดเนื้อก็ยอมพลีเพื่ออิสรภาพของประเทศชาติ กล่าวอย่างย่อๆ ก็คือ
เขาให้เกียรติแก่ผู้ซึ่งเป็นทหารมากกว่าบุคคลอื่นๆ ยศทหารกับเกียรติยศย่อมเป็นของคู่กันเสมอ
เมื่อเป็นดังนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทหารทั้งหลาย จะต้องระวังรักษาเกียรติยศและชื่อเสียงของตนไว้เป็นพิเศษ
การใช้ยศทหารประกอบชื่อในกิจการ หรือโอกาสที่ไม่สมควรก็เท่ากับทำลายเกียรติยศ
และชื่อเสียงของตนเองและวงการทหารด้วย
๒.
ตามความนิยมโดยทั่วไป ผู้มียศทหารมักจะใช้ยศประกอบชื่อในกิจการและโอกาสดังต่อไปนี้
๒.๑
ในกิจการของทหาร
๒.๒
ในการแสดงตนเองในงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานพิธีหรืองานอื่นๆ ของทางราชการ หรืองานพิธีหรืองานอื่นๆ อันมีเกียรติทั่วไป
๒.๓ 
ในการแนะนำตนเองในการสมาคมด้วยวาจาหรือหนังสือ
๒.๔
ในการพิมพ์นามบัตร หรือบัตรเชิญ
๒.๕
ในการพิมพ์หนังสือซึ่งเป็นตำราหรือเป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป
๓.
ผู้มียศทหารซึ่งเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ลูกจ้าง หรือคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม
หรือเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงานในองค์การ หรือรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหม
จะไม่ใช้ยศประกอบชื่อในการปฏิบัติราชการ หรือทำงานตามหน้าที่ก็ได้
๔.
ในการปฏิบัติราชการ หรือทำงานในส่วนราชการฝ่ายพลเรือน องค์การ หรือรัฐวิสาหกิจฝ่ายพลเรือน
ผู้มียศทหารจะใช้ยศประกอบชื่อเท่าที่จำเป็น หรือจะไม่ใช้ยศประกอบชื่อก็ได้
๕.
ในกิจการ หรือโอกาสอื่น เช่นในการประกอบธุรกิจต่างๆ หรือเมื่อต้องคดีซึ่งถูกดำเนินคดีในศาลพลเรือน
ย่อมไม่นิยมใช้ยศประกอบชื่อ

ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงตักเตือนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบโดยทั่วกัน

(ลงชื่อ) พล.อ.ครวญ สุทธานินทร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๗


การปฏิบัติของทหารในงานพิธีเกี่ยวกับศพ

๑.
ในงานพิธีศพต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามประเพณีนิยม หรือใช้เครื่องแบบทหารเมื่อไปถึงพิธีศพ ต้องแสดงความเสียใจต่อเจ้าภาพ และไม่ควรพูดจาตลกคะนองในงาน
๒.
พิธีอาบน้ำศพ เคารพศพ ๑ ครั้ง คุกเข่า หรือยืนเทน้ำอบลงบนมือของศพ แล้วจึงเคารพศพอีกหนึ่งครั้ง
๓.
การเยี่ยมศพ หรือฟังพระสวด ควรเคารพศพก่อน หากมาเป็นหมู่คณะควรมีเครื่องเคารพศพ และปฏิบัติพร้อมกัน
๔.
พิธีเผาศพ ควรลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยความสงบ เมื่อประธานพิธีจุดไฟเพื่อแสดงความเคารพ และอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย จึงเริ่มทยอยเข้าเผาศพตามลำดับผู้ใหญ่ และผู้น้อย ก่อนวางดอกไม้ธูปเทียน
เคารพก่อน ๑ ครั้ง เมื่อวางเสร็จแล้วจึงเคารพอีก ๑ ครั้ง
๕.
การกราบพระ ให้กราบ ๓ ครั้ง แล้วจึงจุดธูป ๑ ดอก เพื่อกราบศพ โดยศพผู้สูงอายุนั้น ให้กราบ ๑ ครั้ง
ศพในวัยเดียวกัน ให้นั่ง หรือยืนไหว้ ศพเด็ก หรืออาวุโสน้อยกว่า ควรยืนหรือนั่งในท่าสงบ
ถ้าศพตั้งอยู่บนเมรุควรคำนับแล้วนั่งในท่าสงบ การกราบศพนั้นไม่ต้องแบมือ ส่วนการกรวดน้ำไม่ต้องใช้มือรอง เมื่อเสร็จพิธีแล้วให้กราบพระ ๓ ครั้ง แล้วจึงลาเจ้าภาพกลับ

การปฏิบัติของทหารในงานพิธีแต่งงาน

แต่งกายตามประเพณีนิยม แสดงหน้าตายิ้มแย้ม แสดงความยินดีต่อเจ้าภาพ พร้อมทั้งมอบของขวัญ หรือเงินช่วยให้เจ้าภาพ เมื่อถึงในครั้งแรกให้หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ และอวยพรตามลำดับ จากนั้นจึงหยิบของชำร่วยเพียงหนึ่งชิ้น ขณะเวลาจะกลับต้องบอกลาเจ้าภาพด้วย


การปฏิบัติของทหารในการร่วมเดินไปกับผู้ที่อาวุโสกว่า

อาวุโสน้อยกว่า ควรเดินคล้อยหลังครึ่งก้าว ทางซ้ายมือของผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าเสมอ หรือผู้ที่ตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่าจะต้องอยู่ทางด้านขวามือท่านเสมอ

การปฏิบัติของทหารในการโดยสาร และการใช้ยานพาหนะในเขตราชการ

การขึ้นรถยนต์ และลงเรือ ผู้อาวุโสน้อยกว่าควรขึ้น และลงหลังผู้ที่อาวุโสกว่า (เว้นรถเก๋งให้ขึ้นทีหลัง และลงก่อน การขึ้นให้ใช้กันเข้าไปนั่งก่อน อาวุโสน้อยสุดคอยปิดประตู)

การปฏิบัติของทหารในการขึ้น หรือลงจากเครื่องบิน

ผู้อาวุโสน้อยกว่าควรขึ้น และลงหลังผู้ที่อาวุโสกว่า (เว้นในโอกาสที่มีการรับรองเป็นพิธีการ ผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าจะขึ้นก่อน และลงที่หลัง)

บทสรุป

การประพฤติ และปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมและประเพณีของทหารก็คือการปฏิบัติตามกรอบของวินัยทหาร  ก็คือ  การที่ทหารจะต้องประพฤติปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม และมารยาทของทหารเพื่อป้องกันมิให้เสื่อมเกียรติ ศักดิ์ศรีของเครื่องแบบ และความหวังของประชาชน การปฏิบัติเทียบเคียงที่ง่ายที่สุด ก็คือการปฏิบัติตามมารยาทไทย และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรที่มีมาช้านานหลายชั่วอายุคน การทำตนให้เป็นตัวอย่าง ผิดแล้วเริ่มแก้ไข ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงกล้าที่จะตักเตือน และยอมรับการตักเตือนข้อบกพร่องที่ตนไม่ทราบไม่รู้ ใฝ่ที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของเหล่านั้นๆ ให้จดจำ วินัยจึงเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับทหาร เพราะฉะนั้นทหารทุกคนจักต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ  ผู้ใดฝ่าฝืนท่านให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดตัวอย่างเช่น
-
ดื้อดึง ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน
-
ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ และผู้น้อย
-
ไม่รักษามารยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร
-
ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร
-
เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
-
กล่าวคำเท็จ
-
ใช้กริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
-
ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น จำเป็นจะต้องกวดขันดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นลงไป ให้ปฏิบัติตนให้อยู่ในวินัย และมารยาทของทหารโดยเคร่งครัด
ทุกคนควรสร้างจิตสำนึก หรือความตระหนักในการที่จะปฏิบัติตน ผลก็จะปรากฏแก่ตัวท่านเอง และสะท้อนถึงองค์กรทหารในภาพรวมและหน่วยงานตนให้ดียิ่งขึ้น เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมขององค์กรให้ยั่งยืนสืบไป