sonsue

การใช้ยศทหารประกอบชื่อบุคคล


 

ผู้มียศทหารสามารถใช้ยศประกอบในกิจการของทหาร, ในงานพระราชพิธี, รัฐพิธี, นามบัตร, บัตรเชิญ, พิมพ์หนังสือเป็นตำราแก่บุคคลทั่วไป

คำชี้แจงกระทรวงกลาโหม
เรื่อง การใช้ยศทหารประกอบชื่อบุคคล
----------------------------

เนื่องจากปรากฎว่านายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนทั้งประจำการบางนาย ใช้ยศทหารประกอบชื่อในกิจการและโอกาสที่ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ กล่าวคือในบางกิจการ หรือโอกาสที่ไม่สมควรจะเปิดเผยให้บุคคลภายนอกวงการทหารทราบว่าตนเป็นทหารก็กลับเปิดเผยให้ทราบ ทั้งนี้ ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความเสื่อมเสียถึงวงการทหารโดยทั่วไปด้วย ฉะนั้นจึงชี้แจงทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑.
ยศทหารนั้นโดยเฉพาะยศนายทหารสัญญาบัตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ จึงถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ
และเป็นพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแก่เหล่าทหารของชาติซึ่งผู้ได้รับทุกคนจักต้องเชิดชูรักษาไว้ และถือเป็นเกียรติยศชื่อเสียงของตนเอง และของวงศ์ตระกูล ประเทศต่างๆ
เขาถือว่าทหารเป็นผู้ซึ่งสมควรยกย่องเป็นพิเศษ เพราะเป็นผู้ที่ยอมเสียสละแล้วทุกสิ่งทุกอย่างแม้ชีวิต และเลือดเนื้อก็ยอมพลีเพื่ออิสรภาพของประเทศชาติ กล่าวอย่างย่อๆ ก็คือ
เขาให้เกียรติแก่ผู้ซึ่งเป็นทหารมากกว่าบุคคลอื่นๆ ยศทหารกับเกียรติยศย่อมเป็นของคู่กันเสมอ เมื่อเป็นดังนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทหารทั้งหลาย จะต้องระวังรักษาเกียรติยศและชื่อเสียงของตนไว้เป็นพิเศษ การใช้ยศทหารประกอบชื่อในกิจการหรือโอกาสที่ไม่สมควรก็เท่ากับทำลายเกียรติยศและชื่อเสียงของตนเองและวงการทหารด้วย
๒.
ตามความนิยมโดยทั่วไป ผู้มียศทหารมักจะใช้ยศประกอบชื่อในกิจการและโอกาสดังต่อไปนี้
๒.๑
ในกิจการของทหาร
๒.๒
ในการแสดงตนเองในงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานพิธีหรืองานอื่นๆ ของทางราชการ หรืองานพิธีหรืองานอื่นๆ อันมีเกียรติทั่วไป
๒.๓ 
ในการแนะนำตนเองในการสมาคมด้วยวาจาหรือหนังสือ
๒.๔
ในการพิมพ์นามบัตร หรือบัตรเชิญ
๒.๕
ในการพิมพ์หนังสือซึ่งเป็นตำราหรือเป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป
๓.
ผู้มียศทหารซึ่งเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ลูกจ้าง หรือคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม หรือเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงานในองค์การ หรือรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงกลาโหม
จะไม่ใช้ยศประกอบชื่อในการปฏิบัติราชการ หรือทำงานตามหน้าที่ก็ได้
๔.
ในการปฏิบัติราชการ หรือทำงานในส่วนราชการฝ่ายพลเรือน องค์การ หรือรัฐวิสาหกิจฝ่ายพลเรือน ผู้มียศทหารจะใช้ยศประกอบชื่อเท่าที่จำเป็น หรือจะไม่ใช้ยศประกอบชื่อก็ได้
๕.
ในกิจการ หรือโอกาสอื่น เช่นในการประกอบธุรกิจต่างๆ หรือเมื่อต้องคดีซึ่งถูกดำเนินคดีในศาลพลเรือน ย่อมไม่นิยมใช้ยศประกอบชื่อ

ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงตักเตือนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบโดยทั่วกัน

(ลงชื่อ) พล.อ.ครวญ สุทธานินทร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๗


การปฏิบัติของทหารในงานพิธีเกี่ยวกับศพ

๑.
ในงานพิธีศพต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามประเพณีนิยม หรือใช้เครื่องแบบทหารเมื่อไปถึงพิธีศพ ต้องแสดงความเสียใจต่อเจ้าภาพ และไม่ควรพูดจาตลกคะนองในงาน
๒.
พิธีอาบน้ำศพ เคารพศพ 1 ครั้ง คุกเข่า หรือยืนเทน้ำอบลงบนมือของศพ แล้วจึงเคารพศพอีก 1 ครั้ง
๓.
การเยี่ยมศพ หรือฟังพระสวด ควรเคารพศพก่อน หากมาเป็นหมู่คณะควรมีเครื่องเคารพศพ และปฏิบัติพร้อมกัน
๔.
พิธีเผาศพ ควรลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยความสงบ เมื่อประธานพิธีจุดไฟเพื่อแสดงความเคารพและอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย จึงเริ่มทยอยเข้าเผาศพตามลำดับผู้ใหญ่และผู้น้อย ก่อนวางดอกไม้ธูปเทียน เคารพก่อน 1 ครั้ง เมื่อวางเสร็จแล้วจึงเคารพอีก 1 ครั้ง
๕.
การกราบพระ ให้กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงจุดธูป 1 ดอก เพื่อกราบศพ โดยศพผู้สูงอายุนั้น ให้กราบ 1 ครั้ง
ศพในวัยเดียวกัน ให้นั่ง หรือยืนไหว้ ศพเด็ก หรืออาวุโสน้อยกว่า ควรยืนหรือนั่งในท่าสงบ
ถ้าศพตั้งอยู่บนเมรุควรคำนับแล้วนั่งในท่าสงบ การกราบศพนั้นไม่ต้องแบมือ ส่วนการกรวดน้ำไม่ต้องใช้มือรอง เมื่อเสร็จพิธีแล้วให้กราบพระ 3 ครั้ง แล้วจึงลาเจ้าภาพกลับ

การปฏิบัติของทหารในงานพิธีแต่งงาน

แต่งกายตามประเพณีนิยม แสดงหน้าตายิ้มแย้ม แสดงความยินดีต่อเจ้าภาพ พร้อมทั้งมอบของขวัญหรือเงินช่วยให้เจ้าภาพ เมื่อถึงในครั้งแรกให้หลั่งน้ำพระพุทธมนต์และอวยพรตามลำดับ จากนั้นจึงหยิบของชำร่วยเพียง 1 ชิ้น ขณะเวลาจะกลับต้องบอกลาเจ้าภาพด้วย


การปฏิบัติของทหารในการร่วมเดินไปกับผู้ที่อาวุโสกว่า

อาวุโสน้อยกว่า ควรเดินคล้อยหลังครึ่งก้าว ทางซ้ายมือของผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าเสมอ หรือผู้ที่ตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่าจะต้องอยู่ทางด้านขวามือท่านเสมอ

การปฏิบัติของทหารในการโดยสาร และการใช้ยานพาหนะในเขตราชการ

การขึ้นรถยนต์ และลงเรือ ผู้อาวุโสน้อยกว่าควรขึ้น และลงหลังผู้ที่อาวุโสกว่า (เว้นรถเก๋งให้ขึ้นทีหลังและลงก่อน การขึ้นให้ใช้กันเข้าไปนั่งก่อน อาวุโสน้อยสุดคอยปิดประตู)

การปฏิบัติของทหารในการขึ้น หรือลงจากเครื่องบิน

ผู้อาวุโสน้อยกว่าควรขึ้น และลงหลังผู้ที่อาวุโสกว่า (เว้นในโอกาสที่มีการรับรองเป็นพิธีการ ผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าจะขึ้นก่อนและลงที่หลัง)

บทสรุป

การประพฤติปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมประเพณีของทหารก็คือการปฏิบัติตามกรอบของวินัยทหาร เพื่อป้องกันมิให้เสื่อมเกียรติและศักดิ์ศรีของเครื่องแบบที่เป็นความหวังของประชาชน การปฏิบัติเทียบเคียงที่ง่ายที่สุดก็คือการปฏิบัติตามมารยาทไทย และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรที่มีมาช้านานหลายชั่วอายุคน การทำตนให้เป็นตัวอย่าง ผิดแล้วเริ่มแก้ไข ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงกล้าที่จะตักเตือนและยอมรับการตักเตือนข้อบกพร่องที่ตนไม่ทราบไม่รู้ ใฝ่ที่จะจดจำเรียนรู้วัฒนธรรมของเหล่านั้นๆ วินัยจึงเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับทหาร ดังนั้นทุกคนควรสร้างจิตสำนึกหรือความตระหนักในการที่จะปฏิบัติตน ผลดีก็จะปรากฏแก่ตัวท่านเองและสะท้อนถึงองค์กรทหารในภาพรวมและหน่วยงานตนให้ดียิ่งขึ้น เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมขององค์กรให้ยั่งยืนสืบไป



ผช.ผอ.กสอ.ศวพท.วท.กห.