พญาคชสีห์
เครื่องหมายราชการแห่งกระทรวงกลาโหม
คชสีห์ สัญญลักษณ์ของกระทรวงกลาโหม
-
ประวัติ
"คชสีห์" เป็นสัตว์หิมพานต์ มีลำตัวเป็นราชสีห์ มีหัวเป็นช้าง จึงเรียกเป็นครึ่งช้างครึ่งราชสีห์ ในเรื่องรามเกียรติ์ กล่าวถึงคชสีห์ 3 ตัว ว่าใช้เทียมรถศึกให้มูลพลัมซึ่งเป็นอุปราชนครปางตาล ครั้งยกทัพไปช่วยทศกัณฐ์แต่ถูกศรหนุมาน สิ้นชีวิต ในประวัติศาสตร์ไทยนั้น "คชสีห์" เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง เสนาบดีตั้งแต่สมัยอยุธยา มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2178 แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีความปรากฏในพระไอยการศักดินาพลเรือน และ ศักดินาทหารหัวเมืองฉบับหนึ่ง กับ พระไอยการพระธรรมนูญฉบับหนึ่งว่า "หัวหน้าของกรมใหญ่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้า แผ่นดิน ให้ใช้ตราของทางราชการประทับเอกสารที่เกี่ยวกับการปกครองทั้งหมดที่กรมใหญ่ประกาศใช้" เอกสาร ที่ประทับตรา นั้นคือ สารตราที่ขุนนางส่วนกลางจะส่งไปที่หัวเมือง ซึ่งหลักฐานที่พบเกี่ยวกับตราประทับนั้นคือ ตราราชสีห์ ตราคชสีห์ และตราบัวแก้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นตราประจำตำแหน่งของกรมใหญ่ที่ใช้กำกับราชการอันได้แก่ กรมมหาดไทย อันมีเจ้าพระยาจักรี ศรีองครักษ์ เป็นสมุหนายกบังคับบัญชาราชการ และกรมพระกลาโหม อันมี เจ้าพระยามหาเสนาบดี เป็นสมุหกลาโหมบังคับบัญชาราชการ นอกจากนี้ยังได้นำตราประทับมาทำเป็นพระราชลัญจกร และพระธำมรงค์ทอง สำหรับ พระเจ้าแผ่นดินอีกด้วย
พ.ศ.2234 ในแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา ได้มีการกำหนดอำนาจการบังคับบัญชาไว้ดังนี้ กรมมหาดไทย ดูแลและบังคับ บัญชาพลเรือน และทหารทางฝ่ายเหนือ ส่วนกรมพระกลาโหม ดูแลและบังคับบัญชาพลเรือนและทหารฝ่ายทางใต้ พร้อมกับ ได้มีการแบ่งงานจากกรมใหญ่มาเป็นกรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีก เช่น กรมนครบาล มีเจ้าพระยายมราชกำกับราชการ กรมนา มีพระยาพลเทพเกษตรธิบดีกำกับราชการ กรมพระคลัง มีพระยาโกษาธิบดีกำกับราชการ กรมวัง มีพระยาธรรมาธิบดี กำกับราชการ กรมภูษามาลา มีพระอุทัยกำกับราชการ กรมธรรมการ มีพระเสด็จกำกับราชการ และ กรมพระสุรัสวดี มีพระยาสุภาวดีกำกับราชการ เป็นต้น
ตราประจำตำแหน่ง หรือตราประทับสารที่ใช้ในสมัยอยุธยานั้น มีการใช้ตราราชสีห์ ตราคชสีห์ และตราบัวแก้ว กำกับราชการต่างพระเนตรพระกรรณซึ่งหมายถึงข้าราชการในกรมใหญ่คือ กรมมหาดไทย กรมพระกลาโหม และกรมพระคลัง ส่วนจะประทับตราไว้ที่สารตรา หรือกำกับปิดผนึกสารตรานั้นยังไม่พบหลักฐานพิสูจน์แต่ประการใด พบแต่สารตราที่เป็น แบบร่างอยู่ในสมุดข่อยเขียนด้วยดินสอสีขาว หรือหมึกบนกระดาษสา ถ้าจะประทับตราก็น่าจะอยู่บนกระดาษสา (ใบบอก) หรือปิดผนึกซึ่งยังไม่พบหลักฐานทั้งสองประการ ผู้เก็บรักษาตราประจำตำแหน่ง และพระราชลัญจกรนั้นคือเสมียนตรา ซึ่งจะต้องเก็บรักษาอย่างดี และมีข้อปฏิบัติอันมีโทษระบุอย่างหนักไว้ในพระอัยการพระธรรมนูญด้วย
ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีบันทึกว่าได้ทรงโปรดให้ชำระสะสางระเบียบราชการ ซึ่งเคย มีอยู่มากมาย แต่กระจัดกระจายหายไปบางส่วนตั้งแต่ครั้งเสียกรุงแก่พม่า ครั้นชำระแล้วให้ประทับตราพระราชสีห์ พระคชสีห์ และบัวแก้ว ไว้ทุกเล่มเป็นสำคัญ แล้วเรียกกฎหมายนี้ว่า "กฎหมายตรา 3 ดวง" ส่วนด้านการปกครองได้กำหนด ตำแหน่งบังคับบัญชาไว้ 2 ตำแหน่ง คือ สมุหนายก ให้บังคับหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง ใช้ตราพระราชสีห์เป็นตราประจำตำแหน่ง และสมุหกลาโหม ให้บังคับหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวง รวมถึงทหารบก และทหารเรือ ใช้ตราคชสีห์ เป็นตราประจำตำแหน่ง ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนไปใช้ตราครุฑเป็นตราแผ่นดิน ตราพระคชสีห์ ก็ไม่ได้ปลดระวางไปไหน แต่ถูกนำมาใช้เป็น เครื่องหมายราชการแห่งกระทรวงกลาโหม มานับแต่บัดนั้น
พญาคชสีห์ราชเสนีี์พิิทักษ์ : ตั้งอยู่ ณ ประตูทางออกด้านทิศเหนือของกระทรวงกลาโหม
พญาคชสีห์สยามปฐพีพิทักษ์ : ตั้งอยู่ ณ ประตูทางเข้าด้านทิศใต้ของกระทรวงกลาโหม
-
คุณลักษณะ
คชสีห์
เป็นลักษณะของราชสีห์ผสมกับช้าง (คช) ซึ่งคติไทยถือว่า "ช้าง" เป็นสัตว์ประจำชาติใช้ในราชสงคราม ดังนั้นตราคชสีห์จึงสอดคล้องกับข้าราชการที่ออกสงครามอันหมายถึงทหารนั่นเอง ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ทั้งพลเรือนและทหารต้องถูกเกณฑ์ไปราชการสงคราม และรับราชการเหมือนกัน
ราชสีห์
คติความเชื่อที่นำ "ราชสีห์" มาเป็นสัญญลักษณ์นั้น น่าจะมาจากคติของศาสนาพราหมณ์ ในตำนานของโหราศาสตร์ที่ถือว่า พระอาทิตย์ขี่ราชสีห์ และพระอาทิตย์เองก็ถูกสร้างมาจากราชสีห์ กล่าวคือ พระอิศวรได้นำเอาราชสีห์ 6 ตัวมาป่นให้ละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าสีแดงแล้วพรมด้วยน้ำอมฤต ก็จึงบังเกิดพระอาทิตย์ขึ้น และราชสีห์นี้ได้นำมาใช้เทียมราชรถของผู้ยิ่งใหญ่ เช่น พระอาทิตย์ ดังนั้นอิทธิพลของการใช้ราชสีห์เป็นสัญญลักษณ์จึงปรากฏในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ภาพปูนปั้นฐานเจดีย์ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง รวมถึงปรากฏในตำนานเมืองนครราชสีมา ตำนานพระนอนจักรสีห์ และพระมหาเวสสันดอนชาดกกัณฑ์มหาพน เป็นต้น
คุณลักษณะของราชสีห์ที่ปรากฏในหนังสือปัญหาพระยามิลินท์สีห วรรคที่ 5 นั้นมีีลักษณะ 7 ประการคือ
1. เป็นสัตว์ที่สะอาดหมดจดไม่มัวหมอง
2. เที่ยวไปด้วยเท้าทั้งสี่ มีเยื้องกรายอย่างกล้าหาญ
3. มีรูปร่างโอ่อ่า สร้อยคอสะสวย
4. ไม่นอบน้อมสัตว์ใด ๆ แม้เพราะต้องเสียชีวิต
5. หาอาหารไปโดยลำดับ พบปะอาหารที่ใด ก็กินเสียจนอิ่มในที่นั้น ไม่เลือกว่าดี หรือไม่ดีกินได้ทั้งนั้น
6. ไม่มีการสะสมอาหาร
7. หาอาหารไม่ได้ก็ไม่ดิ้นรน ได้ก็ไม่ทะเยอทะยาน และไม่กินจนเกินต้องการ


